5 กุมภาพันธ์ 2567

S.K.POWERABLE ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่น 4 ปีซ้อน

ในวันที่ 14 ธันวาคม 2566 บริษัท เอส เค เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้รับรางวัล "สถานประกอบการดีเด่น" ประจำปีพ.ศ. 2566 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน รางวัลนี้ รับมอบโดย นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ความภาคภูมิใจนี้เป็นเครื่องหมายยืนยันถึง ความมุ่งมั่นของพวกเรา ในการดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานและบริษัท และด้วยความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงาน เอส เค เพาเวอร์เอเบิล ทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างองค์กรของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืน
132919แบนเนอร์ ใหม่.jpg

อ่านเพิ่มเติม

3 กรกฎาคม 2569

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริงและ รองรับ Audit ตั้งแต่ต้น

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริง และรองรับ Audit ตั้งแต่ต้นรองรับ Audit ตั้งแต่ต้น มากกว่าการจัดวางโต๊ะและอุปกรณ์ คือการออกแบบระบบห้อง Lab ให้สัมพันธ์กับ Workflow, Safety และมาตรฐานที่ต้องตรวจประเมินได้จริงสำหรับหลายองค์กร ปัญหาของห้องปฏิบัติการไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ถูก Audit แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ หาก Layout ไม่สอดคล้องกับลำดับการทำงานจริง ต่อให้เลือกอุปกรณ์ครบและติดตั้งระบบครบถ้วน ห้อง Lab ก็อาจเกิดปัญหาในการใช้งานซํ้าๆ ทั้งการเดินงานย้อนขั้นตอน พื้นที่ทับซ้อน ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และข้อสังเกตจากการตรวจประเมินภายหลังในมุมของ EASYLAB ห้องปฏิบัติการที่ดีจึงไม่ใช่เพียงห้องที่ดูเรียบร้อยหรือจัดวางสวย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ผ่านการคิดเชิงวิศวกรรมตั้งแต่ต้น เพื่อให้การทำงานจริงเป็นระบบ ปลอดภัย ตรวจสอบได้และรองรับมาตรฐานในระยะยาว Layout ที่ดีควรเริ่มจากอะไรก่อนเริ่มวางโต๊ะ เลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ คำถามแรกที่ควรถามไม่ใช่ จะวางอะไรตรงไหน แต่คือห้องนี้ใช้สำหรับปฏิบัติการอะไร เพราะ Layout ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากความสำคัญของ Workflow การจัดการ Workflow ที่ถูกต้องจะทำให้การวาง Layout ออกมาได้อย่างเหมาะสมเมื่อเข้าใจลำดับงานจริงแล้ว การออกแบบจึงควรวางให้เกิด การเคลื่อนที่ของงานที่ราบรื่น ต่อเนื่อง ไม่ย้อนกลับ ไม่ตัดกัน และไม่รบกวนกันระหว่างกระบวนการ หลักคิดนี้ช่วยลด Human Error ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน และทำให้ห้อง Lab พร้อมต่อการตรวจประเมินมากขึ้น4 หลักสำคัญของ Layout ที่ใช้งานได้จริง การออกแบบ Layout ห้องปฏิบัติการควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านร่วมกัน เพราะหากขาดด้านใดด้านหนึ่ง ห้องอาจยังใช้งานได้ในช่วงแรก แต่จะเริ่มเห็นปัญหาเมื่อมีการใช้งานจริงต่อเนื่องหรือเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการ Audit1. Workflow-Based Design — ออกแบบจากลำดับงานจริงLayout ต้องสะท้อนลำดับการทำงานตั้งแต่ Sample Receiving, Preparation, Analysis ไปจนถึง Reporting หรือ Storage เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่อง ลดการเดินซํ้า ลดความสับสน และลดเวลาที่สูญเสียในแต่ละวัน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน working distance และ ergonomic requirements สำหรับพื้นที่ทำงานในห้องปฏิบัติการ2. Zoning — แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนตามประเภทงานห้อง Lab ที่ดีต้องแบ่งพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรมไม่รบกวนกัน เช่น พื้นที่รับตัวอย่าง พื้นที่เตรียมตัวอย่าง พื้นที่วิเคราะห์ พื้นที่จัดเก็บ และพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ หรือความเสี่ยงด้านการปนเปื้อน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ISO 9001 และหลักการควบคุมกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้3. Working Distance — ระยะใช้งานต้องรองรับคน อุปกรณ์ และการบำรุงรักษาพื้นที่ที่ดีไม่ใช่แค่วางอุปกรณ์ได้ครบ แต่ต้องมีระยะที่ใช้งานได้จริง ทั้งระยะระหว่างโต๊ะ ทางเดิน พื้นที่เปิดตู้ พื้นที่วางเครื่องมือ พื้นที่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และระยะเข้าถึงระบบเพื่อซ่อมบำรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน clearance, aisle width และ practical working space4. Safety First — ความปลอดภัยต้องถูกออกแบบตั้งแต่แรก ทางหนีไฟ การระบายอากาศ จุดล้างตาฉุกเฉิน ฝักบัวนิรภัย ตำแหน่ง fume hood และการเข้าถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพราะความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่อุปกรณ์เสริม มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ASHRAE 110 และ EN 14175 สำหรับระบบระบายอากาศและ fume hood performanceLayout แบบไหนเหมาะกับห้องของคุณไม่มี Layout รูปแบบเดียวที่เหมาะกับทุกห้อง การเลือกแบบที่ถูกต้องควรขึ้นอยู่กับประเภทงาน จำนวนผู้ใช้งาน เครื่องมือ กระบวนการตรวจวิเคราะห์ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย รูปแบบ Layout ลักษณะสำคัญ เหมาะกับงานประเภทใด Linear Layout วางตามแนวเส้นตรงควบคุม flow ได้ง่าย และเห็นลำดับงานชัด QC Lab, ห้องทดสอบที่มีขั้นตอนต่อเนื่อง U-Shape Layout ลดระยะการเคลื่อนไหวเหมาะกับพื้นที่จำกัดหรือผู้ใช้งานจำนวนน้อย พื้นที่เตรียมตัวอย่าง หรือ zone เฉพาะงาน Island Layout มีโต๊ะกลางร่วมกับพื้นที่ริมผนัง เพิ่มพื้นที่ทำงานและรองรับทีมหลายคน R&D Lab, University Lab, ห้องที่ต้องใช้เครื่องมือร่วมกัน ปัญหาที่มักเกิดจาก Layout ที่ออกแบบไม่เหมาะสมจากประสบการณ์ของ EASYLAB ในการออกแบบและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ปัญหาที่พบซํ้ามัก ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางระบบพื้นที่ตั้งแต่ต้นที่ไม่สัมพันธ์กับการทำงานจริง  • เจ้าหน้าที่ต้องเดินย้อนขั้นตอน ทำให้เสียเวลาและเพิ่มโอกาสผิดพลาด  • พื้นที่ใช้งานทับซ้อนกันระหว่าง sample, chemical, equipment และ storage  • เกิดความเสี่ยงต่อ cross contamination จาก flow ที่ตัดกัน  • ระยะใช้งานจริงไม่เพียงพอเมื่อต้องทำงานพร้อมกันหลายคน  • ระบบ ventilation, utility และ safety ถูกออกแบบแยกจาก layout ทำให้แก้ไข ภายหลังยาก  • เกิดข้อสังเกตในการ Audit เพราะพื้นที่ทำงานไม่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือ กระบวนการควบคุมทำไม Layout ต้องออกแบบแบบ Integratedในการออกแบบห้องปฏิบัติการจริง Layout ไม่สามารถแยกออกจากระบบอื่นได้ เพราะตำแหน่งโต๊ะ ตำแหน่งเครื่องมือ จุดจ่ายไฟ นํ้า แก๊ส ระบบระบายอากาศ และอุปกรณ์ความปลอดภัยล้วนส่งผลต่อกัน หากออกแบบแยกส่วนแล้วค่อยนำมาประกอบกันภายหลัง ห้อง Lab อาจดูสมบูรณ์บนแบบ แต่ติดขัดเมื่อใช้งานจริง องค์ประกอบที่ควรถูกคิดร่วมกันตั้งแต่ Design Phase ได้แก่:  • Laboratory Furniture และวัสดุที่เหมาะกับประเภทงาน  • Utility Systems เช่น ไฟฟ้า นํ้า แก๊ส และ drainage  • Ventilation System, fume hood และทิศทางการระบายอากาศ  • Safety & Emergency System เช่น emergency shower, eyewash และทางหนีไฟ  • Audit readiness เช่น zoning, documentation flow และการควบคุมพื้นที่ นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System มีความสำคัญเพราะห้อง Lab ที่ดีต้องถูกออกแบบให้ทุกระบบทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แก้ไขเมื่อพบปัญหาหลังส่งมอบมุมมองของ EASYLAB สำหรับ EASYLAB การออกแบบ Layout ไม่ใช่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ครบพื้นที่ แต่คือการ ออกแบบระบบการทำงานของห้องปฏิบัติการให้ปลอดภัย ใช้งานได้จริง และพร้อมต่อการตรวจ ประเมินในระยะยาวด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีและมากกว่า 1,000 โครงการ EASYLAB ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจ Workflow ของลูกค้าก่อนเริ่มออกแบบทุกครั้ง เพื่อให้ Layout ที่ได้ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในวันนี้ แต่ยังรองรับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการเติบโตขององค์กรในอนาคตสรุป Layout ห้องปฏิบัติการที่ดีไม่ควรเริ่มจากความสวยงามหรือการเลือกอุปกรณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจต่อ Workflow มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบวิศวกรรมที่ต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด เมื่อออกแบบอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ห้อง Lab จะไม่เพียงใช้งานได้จริง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนการแก้ไขภายหลัง และเพิ่มความพร้อมต่อการ Audit ในระยะยาวสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการEASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

144527ปก.jpg

อ่านเพิ่มเติม

1 กันยายน 2569

Checklist เลือกผู้รับเหมาห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน 10 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

Checklist เลือกผู้รับเหมาห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน: 10 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจการสร้างหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน เป็นโครงการที่ต้องพิจารณามากกว่าราคาและระยะเวลาติดตั้ง เพราะเมื่อห้องเริ่มเปิดใช้งานจริง สิ่งที่มีผลต่อการทำงานในระยะยาวคือทั้ง Layout ระบบวิศวกรรม วัสดุ อุปกรณ์ และความสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องดังนั้น การเลือกผู้รับเหมาห้องปฏิบัติการจึงไม่ควรมองเพียงว่า “ใครเสนอราคาดีกว่า” แต่ควรพิจารณาว่า ผู้รับเหมารายนั้นมีความเข้าใจงานห้องปฏิบัติการมากพอที่จะออกแบบและเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันได้หรือไม่ก่อนตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา ลองใช้ 10 ข้อต่อไปนี้เป็น Checklist ประกอบการพิจารณา Checklist 10 ข้อ ก่อนเลือกผู้รับเหมา1. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือไม่ งานห้องปฏิบัติการมีรายละเอียดแตกต่างจากงานตกแต่งหรือก่อสร้างพื้นที่ทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึงทั้งรูปแบบการใช้งาน ระบบวิศวกรรม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมาที่มีความเข้าใจด้าน Laboratory Engineering จึงสามารถมองเห็นข้อจำกัดและความต้องการของพื้นที่ได้มากกว่าการติดตั้งตามแบบเพียงอย่างเดียวก่อนเลือกผู้รับเหมา จึงควรตรวจสอบว่ามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในงานห้องปฏิบัติการโดยตรงหรือไม่ 2. มีแนวคิดการออกแบบที่ชัดเจน แบบที่ดูดี ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานได้ดีเสมอไป สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ผู้รับเหมาเข้าใจ Workflow ของผู้ใช้งานหรือไม่ ตั้งแต่ลำดับการทำงาน การเคลื่อนย้ายตัวอย่าง ตำแหน่งอุปกรณ์ ไปจนถึงการเข้าถึงระบบต่าง ๆ รวมถึงมีแนวคิดแบบ Integrated System ที่นำองค์ประกอบภายในห้องมาพิจารณาร่วมกันหรือไม่เพราะแนวคิดในการออกแบบตั้งแต่ต้น จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของห้องไปตลอดอายุการใช้งาน 3. เข้าใจมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ห้องปฏิบัติการแต่ละประเภทอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างมาตรฐานหรือระบบที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ ISO 17025, GMP และ GLP ดังนั้น ผู้รับเหมาควรมีความเข้าใจข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อให้การออกแบบและติดตั้งสอดคล้องกับแนวทางที่องค์กรต้องรองรับ และช่วยลดปัญหาเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมิน (Audit) 4. มีผลงานจริง (Case Study) ประสบการณ์จากโครงการจริงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้เห็นความสามารถของผู้รับเหมาได้ชัดเจนขึ้นควรพิจารณาว่าเคยดำเนินโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานของเราหรือไม่ รวมถึงมี Case Study หรือผลงาน Before–After ที่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้หรือไม่เพราะผลงานจริงช่วยให้ประเมินได้ทั้งคุณภาพงาน แนวทางการออกแบบ และประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหน้างาน 5. ออกแบบและผลิตได้ในที่เดียว (One-stop Service) โครงการห้องปฏิบัติการมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการติดตั้ง หากแต่ละส่วนดำเนินการโดยหลายฝ่ายที่ไม่ได้ทำงานร่วมกัน อาจเกิดช่องว่างในการสื่อสาร และนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนระหว่างแบบกับงานจริงการเลือกผู้ให้บริการที่สามารถดูแลกระบวนการได้อย่างต่อเนื่อง หรือมีรูปแบบ One-stop Service จึงช่วยให้การประสานงานเป็นระบบมากขึ้น และลดความผิดพลาดจากการส่งต่องานระหว่างหลายฝ่าย 6. มีการทำ 3D Visualization ก่อนผลิต การเห็นแบบในรูป 2 มิติ อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการประเมินพื้นที่ทั้งหมด 3D Visualization ช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นภาพของห้องก่อนเริ่มสร้างจริง สามารถตรวจสอบตำแหน่งโต๊ะ อุปกรณ์ พื้นที่ใช้งาน และองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้นหากพบจุดที่ต้องปรับ ก็สามารถแก้ไขได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ซึ่งช่วยลดการแก้ไขหน้างานและช่วยควบคุมงบประมาณของโครงการได้ดีขึ้น 7. เข้าใจระบบวิศวกรรม (Utility & Ventilation) ห้อง Lab ไม่ได้มีเพียงโต๊ะปฏิบัติการและตู้ต่าง ๆ แต่ยังมีระบบวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังการใช้งานไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ระบบแก๊ส หรือระบบระบายอากาศ ระบบเหล่านี้ต้องสัมพันธ์กับ Layout อุปกรณ์ และลักษณะการใช้งานของพื้นที่ หากออกแบบแยกออกจากกัน อาจเกิดปัญหาเมื่อนำห้องมาใช้งานจริงความเข้าใจด้าน Utility และ Ventilation จึงเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนเลือกผู้รับเหม 8. สามารถให้คำแนะนำเชิงเทคนิคได้ ผู้รับเหมาที่ดีไม่ควรมีหน้าที่เพียงรับแบบแล้วผลิตตามแบบเท่านั้น แต่ควรสามารถให้คำแนะนำเมื่อพบว่าบางรายละเอียดอาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง รวมถึงเสนอทางเลือกด้านวัสดุ ระบบ หรือวิธีการออกแบบที่เหมาะสมกว่าได้เพราะในหลายโครงการ ปัญหาบางอย่างอาจมองไม่เห็นจากแบบ แต่จะเห็นได้จากประสบการณ์ในการทำงานจริง 9. มีการวางแผนโครงการที่ชัดเจน คุณภาพของงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการบริหารโครงการด้วยก่อนเริ่มงานจึงควรมีความชัดเจนทั้งเรื่อง Timeline ขั้นตอนการทำงาน และกระบวนการควบคุมคุณภาพการวางแผนที่ดีช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ลดความเสี่ยงของงานล่าช้า และทำให้สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ง่ายขึ้น 10. คิดในมุมระยะยาว ไม่ใช่แค่ราคาปัจจุบัน ราคาตอนเริ่มต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือ อายุการใช้งาน การบำรุงรักษา ความเหมาะสมของวัสดุ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต บางทางเลือกอาจมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า แต่หากต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่เร็วกว่าที่ควร ก็อาจกลายเป็นต้นทุนที่สูงกว่าในระยะยาวดังนั้น การเปรียบเทียบผู้รับเหมาจึงควรมองที่ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่เฉพาะราคาที่เห็นในใบเสนอราคา มุมมองทางวิศวกรรม การเลือกผู้รับเหมาห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการเลือกผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุด แต่คือการพิจารณาว่าใครสามารถเข้าใจการใช้งาน ออกแบบพื้นที่ เชื่อมโยงระบบวิศวกรรม และพัฒนาโครงการให้สามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างเหมาะสมแนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System จึงเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาคุณภาพของงาน เพราะห้องปฏิบัติการไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่มีโต๊ะและอุปกรณ์ครบ แต่เป็นพื้นที่ที่หลายระบบต้องทำงานร่วมกัน สรุป ก่อนตัดสินใจเลือกผู้รับเหมาห้องปฏิบัติการ ลองกลับมาตรวจสอบทั้ง 10 ข้ออีกครั้ง ตั้งแต่ความเชี่ยวชาญ แนวคิดการออกแบบ ความเข้าใจมาตรฐาน ผลงานที่ผ่านมา ความสามารถในการดูแลโครงการ ระบบวิศวกรรม ไปจนถึงการวางแผนและความคุ้มค่าในระยะยาวเพราะการเลือกผู้รับเหมาที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่ได้ช่วยเพียงให้งานติดตั้งเสร็จตามแบบ แต่ยังมีส่วนช่วยให้ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเปิดใช้งาน  สําหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กร Line: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6