Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริงและ รองรับ Audit ตั้งแต่ต้น

3 กรกฎาคม 2569

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริงและ รองรับ Audit ตั้งแต่ต้น

Layout ห้องปฏิบัติการที่ดี ต้องออกแบบให้ใช้งานจริง และรองรับ Audit ตั้งแต่ต้น
รองรับ Audit ตั้งแต่ต้น มากกว่าการจัดวางโต๊ะและอุปกรณ์ คือการออกแบบระบบห้อง Lab ให้สัมพันธ์กับ Workflow, Safety และมาตรฐานที่ต้องตรวจประเมินได้จริง

สำหรับหลายองค์กร ปัญหาของห้องปฏิบัติการไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ถูก Audit แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ หาก Layout ไม่สอดคล้องกับลำดับการทำงานจริง ต่อให้เลือกอุปกรณ์ครบและติดตั้งระบบครบถ้วน ห้อง Lab ก็อาจเกิดปัญหาในการใช้งานซํ้าๆ ทั้งการเดินงานย้อนขั้นตอน พื้นที่ทับซ้อน ความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และข้อสังเกตจากการตรวจประเมินภายหลัง

ในมุมของ EASYLAB ห้องปฏิบัติการที่ดีจึงไม่ใช่เพียงห้องที่ดูเรียบร้อยหรือจัดวางสวย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ผ่านการคิดเชิงวิศวกรรมตั้งแต่ต้น เพื่อให้การทำงานจริงเป็นระบบ ปลอดภัย ตรวจสอบได้และรองรับมาตรฐานในระยะยาว

Layout ที่ดีควรเริ่มจากอะไร
ก่อนเริ่มวางโต๊ะ เลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ คำถามแรกที่ควรถามไม่ใช่ จะวางอะไรตรงไหน แต่คือห้องนี้ใช้สำหรับปฏิบัติการอะไร เพราะ Layout ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากความสำคัญของ Workflow การจัดการ Workflow ที่ถูกต้องจะทำให้การวาง Layout ออกมาได้อย่างเหมาะสม

เมื่อเข้าใจลำดับงานจริงแล้ว การออกแบบจึงควรวางให้เกิด การเคลื่อนที่ของงานที่ราบรื่น ต่อเนื่อง ไม่ย้อนกลับ ไม่ตัดกัน และไม่รบกวนกันระหว่างกระบวนการ หลักคิดนี้ช่วยลด Human Error ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน และทำให้ห้อง Lab พร้อมต่อการตรวจประเมินมากขึ้น

4 หลักสำคัญของ Layout ที่ใช้งานได้จริง
การออกแบบ Layout ห้องปฏิบัติการควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านร่วมกัน เพราะหากขาดด้านใดด้านหนึ่ง ห้องอาจยังใช้งานได้ในช่วงแรก แต่จะเริ่มเห็นปัญหาเมื่อมีการใช้งานจริงต่อเนื่องหรือเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการ Audit

1. Workflow-Based Design — ออกแบบจากลำดับงานจริง
Layout ต้องสะท้อนลำดับการทำงานตั้งแต่ Sample Receiving, Preparation, Analysis ไปจนถึง Reporting หรือ Storage เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานต่อเนื่อง ลดการเดินซํ้า ลดความสับสน และลดเวลาที่สูญเสียในแต่ละวัน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน working distance และ ergonomic requirements สำหรับพื้นที่ทำงานในห้องปฏิบัติการ

2. Zoning — แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนตามประเภทงาน
ห้อง Lab ที่ดีต้องแบ่งพื้นที่ให้แต่ละกิจกรรมไม่รบกวนกัน เช่น พื้นที่รับตัวอย่าง พื้นที่เตรียมตัวอย่าง พื้นที่วิเคราะห์ พื้นที่จัดเก็บ และพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ หรือความเสี่ยงด้านการปนเปื้อน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ISO 9001 และหลักการควบคุมกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

3. Working Distance — ระยะใช้งานต้องรองรับคน อุปกรณ์ และการบำรุงรักษา
พื้นที่ที่ดีไม่ใช่แค่วางอุปกรณ์ได้ครบ แต่ต้องมีระยะที่ใช้งานได้จริง ทั้งระยะระหว่างโต๊ะ ทางเดิน พื้นที่เปิดตู้ พื้นที่วางเครื่องมือ พื้นที่เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และระยะเข้าถึงระบบเพื่อซ่อมบำรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: SEFA8 ในด้าน clearance, aisle width และ practical working space

4. Safety First — ความปลอดภัยต้องถูกออกแบบตั้งแต่แรก
ทางหนีไฟ การระบายอากาศ จุดล้างตาฉุกเฉิน ฝักบัวนิรภัย ตำแหน่ง fume hood และการเข้าถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพราะความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่อุปกรณ์เสริม มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ASHRAE 110 และ EN 14175 สำหรับระบบระบายอากาศและ fume hood performance

Layout แบบไหนเหมาะกับห้องของคุณ
ไม่มี Layout รูปแบบเดียวที่เหมาะกับทุกห้อง การเลือกแบบที่ถูกต้องควรขึ้นอยู่กับประเภทงาน จำนวนผู้ใช้งาน เครื่องมือ กระบวนการตรวจวิเคราะห์ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

รูปแบบ Layout

ลักษณะสำคัญ

เหมาะกับงานประเภทใด

Linear Layout

วางตามแนวเส้นตรงควบคุม flow ได้ง่าย และเห็นลำดับงานชัด

QC Lab, ห้องทดสอบที่มีขั้นตอนต่อเนื่อง

U-Shape Layout

ลดระยะการเคลื่อนไหวเหมาะกับพื้นที่จำกัดหรือผู้ใช้งานจำนวนน้อย

พื้นที่เตรียมตัวอย่าง หรือ zone เฉพาะงาน

Island Layout

มีโต๊ะกลางร่วมกับพื้นที่ริมผนัง เพิ่มพื้นที่ทำงานและรองรับทีมหลายคน

R&D Lab, University Lab, ห้องที่ต้องใช้เครื่องมือร่วมกัน


ปัญหาที่มักเกิดจาก Layout ที่ออกแบบไม่เหมาะสม
จากประสบการณ์ของ EASYLAB ในการออกแบบและปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ปัญหาที่พบซํ้ามัก ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางระบบพื้นที่ตั้งแต่ต้นที่ไม่สัมพันธ์กับการทำงานจริง
 • เจ้าหน้าที่ต้องเดินย้อนขั้นตอน ทำให้เสียเวลาและเพิ่มโอกาสผิดพลาด
 • พื้นที่ใช้งานทับซ้อนกันระหว่าง sample, chemical, equipment และ storage
 • เกิดความเสี่ยงต่อ cross contamination จาก flow ที่ตัดกัน
 • ระยะใช้งานจริงไม่เพียงพอเมื่อต้องทำงานพร้อมกันหลายคน
 • ระบบ ventilation, utility และ safety ถูกออกแบบแยกจาก layout ทำให้แก้ไข ภายหลังยาก
 • เกิดข้อสังเกตในการ Audit เพราะพื้นที่ทำงานไม่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือ กระบวนการควบคุม

ทำไม Layout ต้องออกแบบแบบ Integrated
ในการออกแบบห้องปฏิบัติการจริง Layout ไม่สามารถแยกออกจากระบบอื่นได้ เพราะตำแหน่งโต๊ะ ตำแหน่งเครื่องมือ จุดจ่ายไฟ นํ้า แก๊ส ระบบระบายอากาศ และอุปกรณ์ความปลอดภัยล้วนส่งผลต่อกัน หากออกแบบแยกส่วนแล้วค่อยนำมาประกอบกันภายหลัง ห้อง Lab อาจดูสมบูรณ์บนแบบ แต่ติดขัดเมื่อใช้งานจริง
องค์ประกอบที่ควรถูกคิดร่วมกันตั้งแต่ Design Phase ได้แก่:
 • Laboratory Furniture และวัสดุที่เหมาะกับประเภทงาน
 • Utility Systems เช่น ไฟฟ้า นํ้า แก๊ส และ drainage
 • Ventilation System, fume hood และทิศทางการระบายอากาศ
 • Safety & Emergency System เช่น emergency shower, eyewash และทางหนีไฟ
 • Audit readiness เช่น zoning, documentation flow และการควบคุมพื้นที่
นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System มีความสำคัญเพราะห้อง Lab ที่ดีต้องถูกออกแบบให้ทุกระบบทำงานร่วมกันได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แก้ไขเมื่อพบปัญหาหลังส่งมอบ

มุมมองของ EASYLAB
สำหรับ EASYLAB การออกแบบ Layout ไม่ใช่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ครบพื้นที่ แต่คือการ ออกแบบระบบการทำงานของห้องปฏิบัติการให้ปลอดภัย ใช้งานได้จริง และพร้อมต่อการตรวจ ประเมินในระยะยาว

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีและมากกว่า 1,000 โครงการ EASYLAB ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจ Workflow ของลูกค้าก่อนเริ่มออกแบบทุกครั้ง เพื่อให้ Layout ที่ได้ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในวันนี้ แต่ยังรองรับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการเติบโตขององค์กรในอนาคต

สรุป
Layout ห้องปฏิบัติการที่ดีไม่ควรเริ่มจากความสวยงามหรือการเลือกอุปกรณ์ แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจต่อ Workflow มาตรฐาน ความปลอดภัย และระบบวิศวกรรมที่ต้องทำงานร่วมกันทั้งหมด เมื่อออกแบบอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ห้อง Lab จะไม่เพียงใช้งานได้จริง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนการแก้ไขภายหลัง และเพิ่มความพร้อมต่อการ Audit ในระยะยาว

สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ
EASYLAB พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

135713แบนเนอร์.png

อ่านเพิ่มเติม

4 เมษายน 2569

งบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน คิดอย่างไรให้ไม่บานปลาย?

หลายโรงงานเริ่มต้นโครงการห้องปฏิบัติการ (Lab) ด้วยคำถามเดียว "ต้องใช้งบเท่าไร?"แต่ในความเป็นจริง งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดห้อง เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับของระบบวิศวกรรม ที่ต้องการงบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ:500,000 – 1,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดเล็ก / ระบบพื้นฐาน1,000,000 – 2,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดกลาง / ระบบครบ2,000,000 – 3,000,000+ บาท → ห้อง Lab ที่มีระบบเฉพาะทางทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ: ประเภทของงาน (QC / QA / R&D) วัสดุที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของระบบ (Utility & Ventilation)  ปัจจัยที่มีผลต่องบประมาณ งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักดังนี้1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ ห้อง Lab QC → ระบบไม่ซับซ้อน ห้อง Lab R&D → ต้องรองรับความยืดหยุ่นสูง ห้อง Lab เคมี → ต้องมีระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม       2. วัสดุของ Lab Furnitureวัสดุที่เลือกใช้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาและอายุการใช้งานตัวอย่าง: Epoxy Resin → ทนสารเคมีสูง Phenolic Resin → สมดุลราคาและคุณภาพ Stainless Steel → เหมาะกับงานเฉพาะทาง  3. ระบบวิศวกรรม (Engineering System)ส่วนนี้คือ ตัวแปรสำคัญที่สุด ระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง ระบบน้ำและ Drain ระบบแก๊ส ระบบระบายอากาศ (Fume Hood)  4. ขนาดและ Layout พื้นที่มาก → ต้นทุนเพิ่ม Layout ซับซ้อน → ติดตั้งยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ ขนาดใหญ่ คือ ออกแบบให้ใช้งานได้จริงทำไมงบประมาณถึงบานปลาย?จากประสบการณ์ในโครงการจริง สาเหตุหลักมักเกิดจาก: เริ่มต้นโดยไม่มีแบบที่ชัดเจน ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน เลือกวัสดุไม่เหมาะสม  แนวทางควบคุมงบประมาณเพื่อให้โครงการไม่บานปลาย ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ดังนี้ กำหนด Scope งานให้ชัด ออกแบบแบบครบระบบ (Integrated Design) ทำ 3D ก่อนผลิตจริง ประเมินงบโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering  มุมมองทางวิศวกรรมในหลายโครงการ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจาก ราคาวัสดุ แต่เกิดจาก การแก้ไขหน้างาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนแฝง และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวงบประมาณของห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวแต่คือผลลัพธ์ของการออกแบบ + ระบบ + มาตรฐาน การวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณได้ห้อง Lab ที่: ใช้งานได้จริง ควบคุมงบประมาณได้ และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต       เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

152321ปก.png

อ่านเพิ่มเติม

10 มกราคม 2569

บรรยากาศกิจกรรมวันปีใหม่

องค์กรที่แข็งแรง ไม่ได้เริ่มจากงาน…แต่เริ่มจากคน ที่ GRAMMY & EASY LAB เรามีมากกว่าการทำงานร่วมกัน แต่เรามีช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้ดูแลกันทั้งเรื่องงาน และเรื่องใจ ทุกต้นปี เราเริ่มต้นด้วย กิจกรรมทำบุญประจำปี เพื่อเติมพลังใจ เสริมสิริมงคล และก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปพร้อมกันอย่างอบอุ่น ตามด้วยกิจกรรมสานสัมพันธ์ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความเป็นกันเอง คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้งานที่ทำในทุกวัน ปีนี้ เรายังได้ร่วมชม การแสดงโขนรามเกียรติ์ ศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่าที่สะท้อนรากเหง้า ความงดงาม และการเติบโตอย่างมีคุณค่าขององค์กรเรา เพราะเราเชื่อว่า ทีมที่มีความสุข คือทีมที่เติบโตได้อย่างมั่นคง ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ พ.ศ. 2569 ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งพลังบวก ความสามัคคี และความสำเร็จที่เราสร้างไปด้วยกัน