26 ธันวาคม 2562

วันความปลอดภัย S.K.SAFETY DAY ปี 2562

ในวันที่ 26 ธันวาคม 2562 คุณจีระวัฒน์ เกียรติรัศมี และคุณสุพจน์ เกียรติรัศมี กรรมการผู้จัดการ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดงาน "SAFETY DAY 2019" ของบริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ซึ่งการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้ตระหนักถึงการทำงานให้มีความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานสามารถนำหลักความรู้ด้านความปลอดภัยมาใช้ในกระบวนการผลิต จนเกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันภัยต่างๆ กิจกรรมประกวดคำคมเซฟตี้ รวมถึงเกมส์ กิจกรรมสื่อความปลอดภัยอีกมากมายในงาน
152437ChatGPT Image 15 พ.ค. 2569 15_23_52.webp

อ่านเพิ่มเติม

15 พฤษภาคม 2569

ตู้ดูดควันในแล็บ ดูดควันไม่ออก — เกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหน?

ถ้าคุณเคยรู้สึกว่ามีกลิ่นสารเคมีรั่วออกมาจากตู้ดูดควันขณะทำงาน นั่นไม่ใช่เรื่องปกติตู้ดูดควัน (Fume Hood) คืออุปกรณ์ด้านแรกที่ปกป้องคุณจากไอสารเคมีในทุกการทดลอง แต่จากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ พบว่าแล็บส่วนใหญ่ในไทยใช้ตู้ดูดควันที่ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยไม่รู้ตัวสัญญาณที่บอกว่าตู้ดูดควันของคุณมีปัญหาก่อนจะพูดถึงสาเหตุ ลองเช็กตัวเองก่อนครับว่าเคยเจอสิ่งเหล่านี้ไหม- ได้กลิ่นสารเคมีขณะทำงานอยู่หน้าตู้- เปลวไฟหรือควันเคลื่อนที่ออกด้านหน้าแทนที่จะถูกดูดเข้าไป- กระดาษทิชชูที่วางขอบตู้ไม่ถูกดูดเข้าหาตู้- ระบบส่งเสียงดังผิดปกติหรือทำงานไม่สม่ำเสมอถ้าเจอสิ่งเหล่านี้แม้แค่ข้อเดียว แสดงว่าระบบ containment ของตู้กำลังล้มเหลว และคุณกำลังสูดดมไอสารเคมีเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัวFace Velocity คืออะไร และทำไมถึงสำคัญที่สุดตัวเลขที่วัดประสิทธิภาพของตู้ดูดควันเรียกว่า Face Velocity ความเร็วของกระแสอากาศที่ดูดเข้าตู้ผ่านช่องเปิดด้านหน้ามาตรฐาน ASHRAE 110 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบ fume hood กำหนดค่า face velocity ที่ปลอดภัยไว้ที่ 0.3–0.5 เมตรต่อวินาที (60–100 fpm)ต่ำกว่านี้ = ดูดไม่พอ ไอสารเคมีรั่วออกมาสูงกว่านี้มากเกินไป = เกิด turbulence อากาศวนกลับออกมาแทนปัญหาคือแล็บส่วนใหญ่ไม่เคยวัดค่านี้เลยตั้งแต่ติดตั้ง5 สาเหตุหลักที่ทำให้ตู้ดูดควันทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน1. ออกแบบระบบ ventilation ผิดตั้งแต่แรกท่อระบายอากาศขนาดผิด หรือ fan ที่เลือกมาไม่รองรับ static pressure ที่แท้จริงของระบบ เป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุดเพราะต้องแก้ที่การออกแบบ ไม่ใช่แค่ปรับ setting2. มีคนเปิดประตู-หน้าต่างใกล้ตู้กระแสลมจากภายนอกรบกวน airflow หน้าตู้โดยตรง แม้แค่คนเดินผ่านเร็วๆ ก็ทำให้เกิด turbulence ได้ชั่วคราว3. ตำแหน่งติดตั้งผิดตู้ดูดควันที่อยู่ใกล้ประตู ช่องแอร์ หรืออยู่ในทางสัญจรของคน จะเกิดปัญหา cross-draft ซึ่งรบกวน containment อย่างรุนแรง4. ไม่ได้รับการ maintainฝุ่นและสารตกค้างในท่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ airflow ลดลงทีละน้อยจนผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง5. เปิด sash สูงเกินไปยิ่ง sash เปิดสูง พื้นที่หน้าตู้กว้างขึ้น face velocity ลดลงโดยอัตโนมัติ ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิด sash ไม่เกิน 45 ซม. หรือตามที่ตู้กำหนดอันตรายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อตู้ทำงานผิดมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ครับ แต่มีผลกระทบที่จับต้องได้สารเคมีหลายชนิดที่ใช้ในแล็บทั่วไปเช่น formaldehyde, benzene, หรือ acid vapor มีค่า TLV (Threshold Limit Value) ต่ำมาก การสูดดมสะสมแม้ในปริมาณน้อยทุกวันส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ตับ และระบบประสาทในระยะยาว โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงอันตรายในทันทีวิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำได้เองก่อนเรียกวิศวกรมาตรวจ ลองทำ smoke test อย่างง่ายครับใช้ smoke pencil หรือ smoke tube วางที่ระยะ 15 ซม. หน้า sash แล้วดูว่าควันถูกดูดเข้าตู้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าควันวนกลับออกมาหรือเคลื่อนที่ผิดทิศ แสดงว่ามีปัญหา containment ชัดเจนวิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบตามมาตรฐาน EN14175 ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงตู้ดูดควันที่ได้มาตรฐานจริงๆ ต้องผ่านอะไรบ้างตู้ดูดควันที่ปลอดภัยสำหรับงาน laboratory จริงๆ ต้องได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานเหล่านี้- ASHRAE 110 — ทดสอบ containment performance ด้วย tracer gas จริง- EN14175 — มาตรฐานยุโรปสำหรับ fume cupboard ทั้งด้าน safety และ performance- CE Marking — รับรองว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรปถ้าตู้ที่ใช้อยู่ไม่มีเอกสารรับรองเหล่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้จัดจำหน่ายให้ชัดเจนสรุปสิ่งที่ควรทำทันทีถ้าสงสัยว่าตู้ดูดควันในแล็บของคุณทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน อย่ารอให้มีอาการก่อนครับทำ smoke test เบื้องต้นเอง และถ้าพบสิ่งผิดปกติให้แจ้ง lab manager หรือวิศวกรผู้รับผิดชอบทันที การวัด face velocity และทดสอบระบบ ventilation ตามมาตรฐาน ASHRAE 110 ควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ใช่แค่ตอนติดตั้งครั้งแรกห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยไม่ได้เริ่มจากอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล แต่เริ่มจากระบบที่ออกแบบและดูแลรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

093047153055ปก (1).webp

อ่านเพิ่มเติม

24 มีนาคม 2569

มาตรฐาน SEFA 8 สำหรับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อการออกแบบ Laboratory Design

การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความสวยงามหรือการจัดวางพื้นที่ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความทนทานต่อสารเคมี และประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้งานอีกด้วย หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) คือ มาตรฐาน SEFA 8 ซึ่งถูกใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและทดสอบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทั่วโลกสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน เช่น ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรม การเข้าใจมาตรฐาน SEFA 8 ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบระบบ Laboratory Engineering ที่มีประสิทธิภาพSEFA คืออะไรSEFA (Scientific Equipment and Furniture Association) เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์แล็บโดยตรงคือ SEFA 8 – Laboratory Furniture Standard**มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการผลิตและทดสอบ laboratory furniture systems เช่นโต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Bench)- ตู้เก็บสารเคมี- ตู้แขวนและตู้ใต้โต๊ะ- ระบบโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์เป้าหมายหลักของ SEFA 8 คือการทำให้เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี อุณหภูมิ และการใช้งานหนักได้อย่างปลอดภัย การทดสอบสำคัญตามมาตรฐาน SEFA 8หนึ่งในจุดเด่นของมาตรฐาน SEFA 8 คือการกำหนด การทดสอบด้านความทนทานและความปลอดภัย ของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ตัวอย่างการทดสอบที่สำคัญ ได้แก่1. Chemical Resistance Testทดสอบความทนทานต่อสารเคมี เช่น กรด ด่าง และตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ2. Load Bearing Testทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างโต๊ะและตู้ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์หนักได้3. Impact Resistance Testทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก เช่น การตกของอุปกรณ์4. Heat Resistance Testทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ซึ่งอาจเกิดจากการทดลองหรืออุปกรณ์ให้ความร้อนการทดสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการมีความแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งานระยะยาวความสัมพันธ์ระหว่าง SEFA 8 กับการออกแบบห้องปฏิบัติการมาตรฐาน SEFA 8 ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับตัวเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) โดยรวม เช่น- การจัดวางโต๊ะปฏิบัติการให้เหมาะสมกับ Workflow- การเลือกวัสดุพื้นผิวที่ทนสารเคมี- การออกแบบพื้นที่ทำงานให้รองรับอุปกรณ์ทดลองนอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการยังต้องทำงานร่วมกับระบบสำคัญอื่น ๆ เช่น- Fume Hood สำหรับดูดไอสารเคมี- ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- ระบบท่อก๊าซและระบบสาธารณูปโภคดังนั้น การออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดีจึงต้องพิจารณาทั้ง laboratory furniture, fume hood engineering และระบบวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสมบทบาทของ Laboratory Engineering ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการในโครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ การออกแบบมักดำเนินการในรูปแบบ Turnkey Laboratory Project ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่- การวางแผน laboratory design- การเลือก laboratory furniture systems- การออกแบบ fume hood- การวางระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- การติดตั้งและทดสอบระบบในประเทศไทย บริษัทที่ให้บริการด้าน Laboratory Engineering เช่น S.K. Powerable Co., Ltd. มีบทบาทในการให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางการเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับประเภทของงานวิจัยหรือการทดสอบการทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน laboratory engineering ช่วยให้โครงการห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้มาตรฐาน SEFA 8 เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ใช้กำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) โดยครอบคลุมการทดสอบด้านความทนทานต่อสารเคมี ความแข็งแรงของโครงสร้าง และความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐานระดับสากล การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สอดคล้องกับ SEFA 8 ควรดำเนินการควบคู่กับการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) รวมถึงระบบสำคัญ เช่น fume hood และ ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล