20 กุมภาพันธ์ 2562

เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการครั้งที่ 2 ASHRAE Technical Seminar

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัท เอส.เค.เพาเวอร์เอเบิล จำกัด ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการสัมมานาวิชาการ "ASHRAE Technical Seminar #2" ที่จัดขึ้นโดย ASHRAE THAILAND จัดขึ้นที่ โรงแรมสวิสโซเทล รัชดา กรุงเทพมหานคร
101621Untitled design.png

อ่านเพิ่มเติม

4 พฤษภาคม 2569

ห้อง Lab QC, QA และ R&D ต่างกันอย่างไรในโรงงานอุตสาหกรรม?

หลายองค์กรมีห้องปฏิบัติการ (Lab) แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ควรใช้แบบไหนบางโรงงานใช้ห้องเดียวทำทุกอย่าง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ และไม่สอดคล้องมาตรฐาน ความเข้าใจที่ถูกต้อง คือการแยกหน้าที่ของ QC, QA และ R&D ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ QC (Quality Control) → ตรวจสอบคุณภาพสินค้า QA (Quality Assurance) → ควบคุมระบบคุณภาพ R&D (Research & Development) → วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ละประเภท มี “บทบาท และการออกแบบห้อง Lab” ที่แตกต่างกันQC (Quality Control) คืออะไร?QC คือการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการผลิตลักษณะงาน: ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง ทดสอบคุณสมบัติสินค้า ควบคุมคุณภาพก่อนส่งมอบ ลักษณะห้อง Lab: เน้นความแม่นยำและรวดเร็ว มี workflow ชัดเจน ใช้อุปกรณ์ทดสอบเฉพาะทาง เหมาะกับโรงงานที่ต้องควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่องQA (Quality Assurance) คืออะไร?QA คือการควบคุม ระบบคุณภาพทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตรวจสินค้าลักษณะงาน: ตรวจสอบกระบวนการผลิต จัดทำและควบคุมเอกสาร ตรวจ Audit และมาตรฐาน ลักษณะห้อง Lab: อาจไม่เน้นเครื่องมือหนัก เน้นระบบและการควบคุมข้อมูล เชื่อมโยงกับมาตรฐาน เช่น GMP ISO 17025 QA เป็น ระบบ มากกว่า พื้นที่R&D (Research & Development) คืออะไร?R&D คือการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ลักษณะงาน: ทดลองสูตร วิเคราะห์เชิงลึก พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ลักษณะห้อง Lab: ต้องมีความยืดหยุ่นสูง รองรับการทดลองหลากหลาย ใช้อุปกรณ์เฉพาะทางมากขึ้น ห้อง R&D มักมีความซับซ้อนสูงที่สุดตารางเปรียบเทียบ QC vs QA vs R&D ประเภท หน้าที่หลัก ลักษณะห้อง Lab ความซับซ้อน QC ตรวจคุณภาพสินค้า เน้น workflow และความแม่นยำ ปานกลาง QA ควบคุมระบบคุณภาพ เน้นเอกสารและมาตรฐาน ต่ำ–ปานกลาง R&D วิจัยและพัฒนา ยืดหยุ่น รองรับการทดลอง สูง เลือกห้อง Lab แบบไหนดี?ขึ้นอยู่กับ เป้าหมายของโรงงาน เน้นควบคุมคุณภาพ → QC เน้นมาตรฐานและระบบ → QA เน้นพัฒนาและนวัตกรรม → R&D ในหลายกรณี โรงงานอาจต้องใช้ มากกว่า 1 ประเภท และต้องออกแบบให้เชื่อมโยงกันมุมมองทางวิศวกรรมการออกแบบห้อง Lab ที่ดี ไม่ใช่แค่เลือกประเภทให้ถูกแต่ต้อง ออกแบบระบบให้รองรับการใช้งานจริงเช่น: QC → ต้องมี workflow ที่ลดความผิดพลาด R&D → ต้องมี flexibility สูง QA → ต้องเชื่อมโยงกับระบบมาตรฐาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System จะช่วยให้ทุกส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพQC, QA และ R&D ไม่ใช่แค่คำเรียกแต่คือ หน้าที่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และส่งผลต่อการออกแบบห้องปฏิบัติการโดยตรง การเข้าใจความแตกต่างตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณสามารถวางระบบห้อง Lab ได้อย่างถูกต้อง และรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาวเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

102210af9953c2-5de1-4175-b2e3-016e9b075cdf.png

อ่านเพิ่มเติม

2 ตุลาคม 2569

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Lab

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Labเมื่อพูดถึงการทางานกับสารเคมีในห้องปฏิบัติการ หนึ่งในอุปกรณ์ที่มีบทบาทสาคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานคือ Fume Hood หรือ ตู้ดูดไอสารเคมีหน้าที่ของ Fume Hood คือการช่วยดูดและควบคุมไอระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการทางาน เพื่อลดโอกาสที่ไอสารเคมีจะกระจายเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงานแต่การมี Fume Hood อยู่ภายในห้อง ไม่ได้หมายความว่าระบบจะปลอดภัยโดยอัตโนมัติเพราะประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวตู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับประเภทของงาน สารเคมีที่ใช้งาน และระบบระบายอากาศของห้องปฏิบัติการโดยรวมก่อนเลือก Fume Hood ต้องรู้ก่อนว่าใช้กับงานอะไร Fume Hood แต่ละแบบไม่ได้เหมาะกับทุกลักษณะงาน ก่อนตัดสินใจเลือก จึงควรเริ่มจากการทาความเข้าใจว่า ภายในตู้จะถูกนาไปใช้กับ   1.งานประเภทใด ใช้สารเคมีในลักษณะใด   2.มีความเข้มข้นของสารเคมีมากน้อยเพียงใด  3.พิจารณาว่า ระบบ Ventilation ของพื้นที่สามารถรองรับการทางานของ Fume Hood ได้อย่าง เหมาะสมหรือไม่ดังนั้น การเลือก Fume Hood จึงไม่ควรเริ่มจากการดูเฉพาะขนาดหรือรูปแบบของตู้ แต่ควรเริ่มจาก ลักษณะการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการDucted และ Ductless ต่างกันอย่างไร?Fume Hood สามารถแบ่งตามลักษณะการจัดการอากาศได้เป็น 2 รูปแบบหลักDucted Fume Hoodเป็นระบบที่นาอากาศจากภายใน Fume Hood ระบายออกไปยังภายนอกผ่านระบบท่อ ดังนั้น การใช้งานจึงต้องพิจารณาร่วมกับระบบระบายอากาศและองค์ประกอบอื่นของอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศสามารถทางานได้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของห้องDuctless Fume Hoodเป็นระบบที่ใช้การกรองอากาศภายใน ก่อนจัดการอากาศตามรูปแบบของระบบการเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับลักษณะงานและสารเคมีที่ใช้งานเช่นเดียวกันสิ่งสาคัญจึงไม่ใช่การถามว่า Ducted หรือ Ductless แบบไหน ดีกว่า แต่ควรถามว่า ระบบแบบใด เหมาะกับงานและระบบของห้องนี้มากกว่าFume Hood ที่ดี ต้องดูมากกว่าความสามารถในการดูดในมุมมองทางวิศวกรรม การพิจารณาประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ควรมองเพียงว่าตู้สามารถดูดอากาศได้หรือไม่ แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมกัน เช่น  • Face Velocity   • Airflow Stability   • การทางานร่วมกับ HVAC Systemเพราะ Fume Hood เป็นอุปกรณ์ที่มีการนาอากาศออกจากพื้นที่ การทางานของตู้จึงมีความสัมพันธ์กับระบบอากาศภายในห้องโดยตรงหากพิจารณาเฉพาะตัว Fume Hood โดยไม่คานึงถึงระบบโดยรอบ อาจทาให้ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริงแตกต่างจากที่คาดไว้ทาไม Fume Hood ต้องออกแบบร่วมกับระบบอากาศของห้อง?หนึ่งในปัญหาที่พบได้จากหน้างาน คือFume Hood ทางานได้ แต่ห้องโดยรวมไม่รองรับนั่นหมายความว่า แม้ตัวตู้จะสามารถทาหน้าที่ของตัวเองได้ แต่หากระบบอากาศของห้องไม่ได้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กัน การทางานโดยรวมก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และส่งผลต่อความปลอดภัยของพื้นที่ได้นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Fume Hood ไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจาก Ventilation หรือ HVAC Systemแต่ควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอากาศทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติการมุมมองทางวิศวกรรมการเลือก Fume Hood จึงไม่ควรจบเพียงคาถามว่าตู้รุ่นนี้ดูดไอสารเคมีได้หรือไม่?แต่ควรพิจารณาต่อไปว่าเมื่อนาตู้มาใช้งานจริงแล้ว จะสามารถทางานร่วมกับระบบของห้องได้อย่างเหมาะสมหรือไม่?เพราะห้องปฏิบัติการประกอบด้วยหลายระบบที่ทางานร่วมกัน ทั้ง Fume Hood, Ventilation และ HVAC System การออกแบบแบบ Integrated Lab System จึงช่วยให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ได้ถูกพิจารณาแบบแยกส่วน แต่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงของห้องสรุปFume Hood เป็นอุปกรณ์สาคัญสาหรับช่วยควบคุมไอระเหยจากการทางานภายในห้องปฏิบัติการแต่การเลือก Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวตู้เพียงอย่างเดียว ต้องมองตั้งแต่ประเภทของงาน ลักษณะการใช้สารเคมี ระบบ Ventilation ไปจนถึงการทางานร่วมกับระบบอากาศของห้องเพราะ Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงตู้ที่สามารถดูดไอสารเคมีได้ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบห้องปฏิบัติการที่สามารถทางานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและรองรับการใช้งานจริงสาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ EASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6