2 ตุลาคม 2569

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Lab

Fume Hood คืออะไร? และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานในห้อง Lab
เมื่อพูดถึงการทางานกับสารเคมีในห้องปฏิบัติการ หนึ่งในอุปกรณ์ที่มีบทบาทสาคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานคือ Fume Hood หรือ ตู้ดูดไอสารเคมี

หน้าที่ของ Fume Hood คือการช่วยดูดและควบคุมไอระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการทางาน เพื่อลดโอกาสที่ไอสารเคมีจะกระจายเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงาน

แต่การมี Fume Hood อยู่ภายในห้อง ไม่ได้หมายความว่าระบบจะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ

เพราะประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวตู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังสัมพันธ์กับประเภทของงาน สารเคมีที่ใช้งาน และระบบระบายอากาศของห้องปฏิบัติการโดยรวม

ก่อนเลือก Fume Hood ต้องรู้ก่อนว่าใช้กับงานอะไร
Fume Hood แต่ละแบบไม่ได้เหมาะกับทุกลักษณะงาน ก่อนตัดสินใจเลือก จึงควรเริ่มจากการทาความเข้าใจว่า ภายในตู้จะถูกนาไปใช้กับ

  1.งานประเภทใด ใช้สารเคมีในลักษณะใด

  2.มีความเข้มข้นของสารเคมีมากน้อยเพียงใด

  3.พิจารณาว่า ระบบ Ventilation ของพื้นที่สามารถรองรับการทางานของ Fume Hood ได้อย่าง เหมาะสมหรือไม่

ดังนั้น การเลือก Fume Hood จึงไม่ควรเริ่มจากการดูเฉพาะขนาดหรือรูปแบบของตู้ แต่ควรเริ่มจาก ลักษณะการใช้งานจริงของห้องปฏิบัติการ

Ducted และ Ductless ต่างกันอย่างไร?
Fume Hood สามารถแบ่งตามลักษณะการจัดการอากาศได้เป็น 2 รูปแบบหลัก

Ducted Fume Hood
เป็นระบบที่นาอากาศจากภายใน Fume Hood ระบายออกไปยังภายนอกผ่านระบบท่อ ดังนั้น การใช้งานจึงต้องพิจารณาร่วมกับระบบระบายอากาศและองค์ประกอบอื่นของอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศสามารถทางานได้สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของห้อง

Ductless Fume Hood
เป็นระบบที่ใช้การกรองอากาศภายใน ก่อนจัดการอากาศตามรูปแบบของระบบการเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับลักษณะงานและสารเคมีที่ใช้งานเช่นเดียวกัน

สิ่งสาคัญจึงไม่ใช่การถามว่า Ducted หรือ Ductless แบบไหน ดีกว่า แต่ควรถามว่า ระบบแบบใด เหมาะกับงานและระบบของห้องนี้มากกว่า

Fume Hood ที่ดี ต้องดูมากกว่าความสามารถในการดูด
ในมุมมองทางวิศวกรรม การพิจารณาประสิทธิภาพของ Fume Hood ไม่ควรมองเพียงว่าตู้สามารถดูดอากาศได้หรือไม่ แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมกัน เช่น

  • Face Velocity

  • Airflow Stability

  • การทางานร่วมกับ HVAC System

เพราะ Fume Hood เป็นอุปกรณ์ที่มีการนาอากาศออกจากพื้นที่ การทางานของตู้จึงมีความสัมพันธ์กับระบบอากาศภายในห้องโดยตรง

หากพิจารณาเฉพาะตัว Fume Hood โดยไม่คานึงถึงระบบโดยรอบ อาจทาให้ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริงแตกต่างจากที่คาดไว้

ทาไม Fume Hood ต้องออกแบบร่วมกับระบบอากาศของห้อง?

หนึ่งในปัญหาที่พบได้จากหน้างาน คือ

Fume Hood ทางานได้ แต่ห้องโดยรวมไม่รองรับ

นั่นหมายความว่า แม้ตัวตู้จะสามารถทาหน้าที่ของตัวเองได้ แต่หากระบบอากาศของห้องไม่ได้ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กัน การทางานโดยรวมก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และส่งผลต่อความปลอดภัยของพื้นที่ได้

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Fume Hood ไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจาก Ventilation หรือ HVAC Systemแต่ควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบอากาศทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติการ

มุมมองทางวิศวกรรม

การเลือก Fume Hood จึงไม่ควรจบเพียงคาถามว่า

ตู้รุ่นนี้ดูดไอสารเคมีได้หรือไม่?

แต่ควรพิจารณาต่อไปว่าเมื่อนาตู้มาใช้งานจริงแล้ว จะสามารถทางานร่วมกับระบบของห้องได้อย่างเหมาะสมหรือไม่?

เพราะห้องปฏิบัติการประกอบด้วยหลายระบบที่ทางานร่วมกัน ทั้ง Fume Hood, Ventilation และ HVAC System การออกแบบแบบ Integrated Lab System จึงช่วยให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ได้ถูกพิจารณาแบบแยกส่วน แต่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงของห้อง

สรุป

Fume Hood เป็นอุปกรณ์สาคัญสาหรับช่วยควบคุมไอระเหยจากการทางานภายในห้องปฏิบัติการแต่การเลือก Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวตู้เพียงอย่างเดียว ต้องมองตั้งแต่ประเภทของงาน ลักษณะการใช้สารเคมี ระบบ Ventilation ไปจนถึงการทางานร่วมกับระบบอากาศของห้อง

เพราะ Fume Hood ที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงตู้ที่สามารถดูดไอสารเคมีได้ แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของระบบห้องปฏิบัติการที่สามารถทางานร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและรองรับการใช้งานจริง

สาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ
EASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System
เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กร
Line: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

105014หลากสี มีสีสัน น่ารัก สนุกสนาน ภาพประกอบ วันเด็ก Banner (1200 x 628 px).jpg

อ่านเพิ่มเติม

13 มกราคม 2569

GRAMMY & EASYLAB ร่วมส่งต่อความสุข เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569

GRAMMY & EASYLAB เล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมส่งต่อความสุข เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ เพื่อสร้างรอยยิ้ม กำลังใจ และแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงาน GRAMMY & EASYLAB ได้ลงพื้นที่มอบของขวัญ ขนม และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับน้อง ๆ นักเรียน ณ โรงเรียนวัดท่ากระบือ และ โรงเรียนบ้านคลองแค ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของเด็ก ๆ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคุณครูและนักเรียน โดยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และแววตาแห่งความสุขของเด็ก ๆ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการให้โอกาสและการดูแลใส่ใจในช่วงวัยที่สำคัญของชีวิต GRAMMY & EASYLAB ขอขอบคุณคณะครูและน้อง ๆ นักเรียนทุกคน ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างช่วงเวลาดี ๆ รวมถึงความทรงจำที่สวยงามให้กับเด็ก ๆ ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ทั้งนี้ GRAMMY & EASYLAB ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันด้านห้องปฏิบัติการ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพระดับสากล เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะเราเชื่อว่า ความสุขเล็ก ๆ ในวันนี้ คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของวันข้างหน้า

135713แบนเนอร์.png

อ่านเพิ่มเติม

4 เมษายน 2569

งบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงาน คิดอย่างไรให้ไม่บานปลาย?

หลายโรงงานเริ่มต้นโครงการห้องปฏิบัติการ (Lab) ด้วยคำถามเดียว "ต้องใช้งบเท่าไร?"แต่ในความเป็นจริง งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ขนาดห้อง เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับของระบบวิศวกรรม ที่ต้องการงบประมาณสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ:500,000 – 1,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดเล็ก / ระบบพื้นฐาน1,000,000 – 2,000,000 บาท → ห้อง Lab ขนาดกลาง / ระบบครบ2,000,000 – 3,000,000+ บาท → ห้อง Lab ที่มีระบบเฉพาะทางทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ: ประเภทของงาน (QC / QA / R&D) วัสดุที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของระบบ (Utility & Ventilation)  ปัจจัยที่มีผลต่องบประมาณ งบประมาณของห้อง Lab ไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักดังนี้1. ประเภทของห้องปฏิบัติการ ห้อง Lab QC → ระบบไม่ซับซ้อน ห้อง Lab R&D → ต้องรองรับความยืดหยุ่นสูง ห้อง Lab เคมี → ต้องมีระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม       2. วัสดุของ Lab Furnitureวัสดุที่เลือกใช้ ส่งผลโดยตรงต่อราคาและอายุการใช้งานตัวอย่าง: Epoxy Resin → ทนสารเคมีสูง Phenolic Resin → สมดุลราคาและคุณภาพ Stainless Steel → เหมาะกับงานเฉพาะทาง  3. ระบบวิศวกรรม (Engineering System)ส่วนนี้คือ ตัวแปรสำคัญที่สุด ระบบไฟฟ้าเฉพาะทาง ระบบน้ำและ Drain ระบบแก๊ส ระบบระบายอากาศ (Fume Hood)  4. ขนาดและ Layout พื้นที่มาก → ต้นทุนเพิ่ม Layout ซับซ้อน → ติดตั้งยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ ขนาดใหญ่ คือ ออกแบบให้ใช้งานได้จริงทำไมงบประมาณถึงบานปลาย?จากประสบการณ์ในโครงการจริง สาเหตุหลักมักเกิดจาก: เริ่มต้นโดยไม่มีแบบที่ชัดเจน ออกแบบแยกระบบ (Furniture / Utility / Ventilation) เปลี่ยนแบบระหว่างดำเนินงาน เลือกวัสดุไม่เหมาะสม  แนวทางควบคุมงบประมาณเพื่อให้โครงการไม่บานปลาย ควรวางแผนตั้งแต่ต้น ดังนี้ กำหนด Scope งานให้ชัด ออกแบบแบบครบระบบ (Integrated Design) ทำ 3D ก่อนผลิตจริง ประเมินงบโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Laboratory Engineering  มุมมองทางวิศวกรรมในหลายโครงการ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจาก ราคาวัสดุ แต่เกิดจาก การแก้ไขหน้างาน การออกแบบแบบ Integrated Lab System ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุนแฝง และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวงบประมาณของห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวแต่คือผลลัพธ์ของการออกแบบ + ระบบ + มาตรฐาน การวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณได้ห้อง Lab ที่: ใช้งานได้จริง ควบคุมงบประมาณได้ และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต       เนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

111824Gemini_Generated_Image_t1uxh5t1uxh5t1ux.png

อ่านเพิ่มเติม

1 เมษายน 2569

การสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรมต้องเริ่มจากอะไร?

หลายโรงงานเริ่มสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยโฟกัสที่ อุปกรณ์และงบประมาณแต่ปัญหาที่พบในภายหลัง คือใช้งานไม่สอดคล้องจริง และไม่ผ่านการตรวจประเมิน (Audit) สาเหตุหลัก มักเกิดจากการ ไม่ได้ออกแบบในมุมวิศวกรรมตั้งแต่ต้นโดยทั่วไป ห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องทั้ง การใช้งานจริง และ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องการสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม ควรเริ่มจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่1.กำหนดประเภทของห้อง Lab (QC / QA / R&D)2.ออกแบบให้รองรับมาตรฐาน เช่น   • ISO 17025    • GMP3.วางระบบแบบ Integrated Engineering ตั้งแต่ต้น จุดเริ่มต้นที่ถูกต้องการออกแบบห้องปฏิบัติการในโรงงาน ควรเริ่มจาก ความเข้าใจการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์โดยต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ห้อง Lab จะถูกใช้ในงานประเภทใด เช่น งานตรวจสอบคุณภาพ (QC) หรือวิจัยและพัฒนา (R&D)มุมมองทางวิศวกรรมที่มักถูกมองข้ามในทางปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ไม่ใช่เพียง “พื้นที่ใช้งาน”แต่คือการรวมกันของระบบหลัก ได้แก่• Laboratory Furniture (โต๊ะและระบบจัดวางอุปกรณ์) • Utility System (ระบบไฟฟ้า น้ำ และแก๊ส)• Ventilation & Safety System (ระบบระบายอากาศและความปลอดภัย)หากออกแบบแยกส่วนจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานจริงในระยะยาว ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างการสร้างห้อง Lab ในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการตามลำดับขั้น ดังนี้ • สำรวจพื้นที่ (Site Survey) • ออกแบบ Layout ตามลักษณะการใช้งาน (Workflow) • จำลองภาพ 3D ก่อนการผลิตจริง • ผลิตและติดตั้งระบบทั้งหมด แนวทางนี้  ช่วยลดความผิดพลาด และควบคุมงบประมาณได้ตั้งแต่ต้นงบประมาณโดยประมาณห้องปฏิบัติการในโรงงานขนาดกลาง มักใช้งบประมาณประมาณ 500,000 – 3,000,000 บาทขึ้นอยู่กับ:  • ขนาดพื้นที่  • ประเภทของงาน  • และระดับความซับซ้อนของระบบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย• ออกแบบ Layout ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง• เลือกวัสดุไม่เหมาะกับประเภทงาน• แยกออกแบบระบบแต่ละส่วน• ไม่คำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ต้น การสร้างห้องปฏิบัติการในโรงงาน ไม่ใช่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบ แต่ต้องเริ่มจาก แนวคิดการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง และรองรับมาตรฐานในระดับสากลเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล