Case Study: ออกแบบและติดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม จาก Before สู่ After

1 สิงหาคม 2569

Case Study: ออกแบบและติดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม จาก Before สู่ After

Case Study: ออกแบบและติดตั้งห้องปฏิบัติการ (Lab) ในโรงงานอุตสาหกรรม จาก Before สู่ After

การออกแบบห้องปฏิบัติการไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดวางโต๊ะ อุปกรณ์ หรือระบบต่าง ๆ ให้ครบถ้วนเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ให้สามารถรองรับการทางานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในระยะยาว

ในหลายโครงการที่ EASYLAB ได้เข้าไปมีส่วนร่วม เราพบว่าปัญหาของห้องปฏิบัติการจานวนมากไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ที่ล้าสมัยเสมอไป แต่เกิดจากการที่ระบบการทางาน พื้นที่ใช้งาน และงานวิศวกรรมต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้น

บทความนี้จะพาไปดูแนวคิดการปรับปรุงห้องปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรม จากสภาพ Before สู่ After ว่าการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญเกิดขึ้นจากอะไร และเหตุใดการออกแบบที่ถูกต้องจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทางานมากกว่าที่หลายคนคิด

การปรับปรุงห้องปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพ
มักเริ่มจาก 3 จุดหลัก ได้แก่
 1.ปรับ Layout ให้สอดคล้องกับ Workflow
 2.ปรับระบบให้เป็น Integrated Engineering System
 3.เลือกวัสดุและอุปกรณ์ให้เหมาะกับการใช้งานจริง

Before: ปัญหาที่พบในหน้างาน
ก่อนเริ่มการออกแบบใหม่ ทีมงานได้สารวจสภาพพื้นที่และกระบวนการทางานจริง พบปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายโครงการคล้ายคลึงกัน

ไม่ว่าจะเป็น Layout ที่ไม่สอดคล้องกับลาดับการทางาน การเดินย้อนขั้นตอนระหว่างกระบวนการ ระบบไฟฟ้าและระบบน้าที่ไม่รองรับการใช้งาน หรือพื้นที่ที่ไม่เพียงพอต่ออุปกรณ์และจานวนผู้ใช้งาน

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทางาน ทาให้ใช้เวลามากขึ้น เกิดความผิดพลาดได้ง่าย และในบางกรณีอาจไม่สามารถรองรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้

การวิเคราะห์ปัญหาในมุมมองวิศวกรรม
ก่อนเริ่มออกแบบ ทีมงานไม่ได้มองเพียงรูปแบบของห้องหรือขนาดพื้นที่ แต่เริ่มจากการวิเคราะห์กระบวนการทางานจริงของผู้ใช้งาน

ปัจจัยสาคัญที่นามาพิจารณา ได้แก่ Workflow ของห้องปฏิบัติการ ประเภทงานที่ดาเนินการ เช่น QC หรือ R&D ข้อจากัดของพื้นที่ รวมถึงมาตรฐานที่องค์กรต้องรองรับ เช่น ISO 17025 หรือ GMP

การวิเคราะห์ในขั้นตอนนี้ช่วยให้การออกแบบไม่ได้อ้างอิงเพียงความสวยงาม แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ตั้งแต่ต้นทาง

Design Solution: แนวทางการออกแบบ
หลังจากรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหา ทีมงานจึงพัฒนาแนวทางการออกแบบโดยมุ่งเน้น

3 ประเด็นสาคัญ

ประเด็นแรก คือ การปรับ Layout ให้สอดคล้องกับ Workflow การทางาน เพื่อให้การเคลื่อนที่ของบุคลากร อุปกรณ์ และตัวอย่างทดสอบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดการเดินย้อนขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน

ประเด็นที่สอง คือ การออกแบบระบบต่าง ๆ ให้ทางานร่วมกันในรูปแบบ Integrated Engineering System ไม่ว่าจะเป็น Laboratory Furniture ระบบไฟฟ้า ระบบน้า ระบบแก๊ส และระบบระบายอากาศ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสนับสนุนการทางานในทิศทางเดียวกัน

ประเด็นสุดท้าย คือ การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริง โดยคานึงถึงความทนทาน ความปลอดภัย และอายุการใช้งานในระยะยาว

After: ผลลัพธ์หลังการปรับปรุง
เมื่อการออกแบบและติดตั้งแล้วเสร็จ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงภาพลักษณ์ของห้องปฏิบัติการที่ดูเป็นระเบียบมากขึ้นเท่านั้น

แต่ยังช่วยให้ Workflow การทางานมีความชัดเจน ลดความผิดพลาดในกระบวนการทดสอบ ระบบต่าง ๆ สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้การตรวจประเมินตามมาตรฐานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่สาคัญคือ ผู้ใช้งานสามารถทางานได้สะดวกขึ้นในทุกวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดี

มุมมองทางวิศวกรรม
ความสาเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่สูงขึ้นเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนและการออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab System ช่วยให้ห้องปฏิบัติการไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สาหรับติดตั้งอุปกรณ์ แต่เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทางานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป
Case Study นี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาห้องปฏิบัติการไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงพื้นที่บางส่วนเท่านั้น

แต่คือการออกแบบระบบการทางานใหม่ทั้งหมด โดยเชื่อมโยง Layout งานวิศวกรรม และการใช้งานจริงเข้าด้วยกัน

เมื่อทุกองค์ประกอบถูกวางแผนอย่างเหมาะสม ห้องปฏิบัติการจะสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบโจทย์มาตรฐานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

สาหรับองค์กรที่กำลังวางแผนออกแบบหรือปรับปรุงห้องปฏิบัติการ

EASYLAB พร้อมให้คาปรึกษาด้าน Laboratory Layout, Workflow และ Integrated Lab System เพื่อช่วยวางแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐานและการใช้งานจริงของแต่ละองค์กรLine: @skpower | skpower.co.th | Tel: 0-2431-6061-6

093047153055ปก (1).webp

อ่านเพิ่มเติม

24 มีนาคม 2569

มาตรฐาน SEFA 8 สำหรับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญต่อการออกแบบ Laboratory Design

การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) ในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความสวยงามหรือการจัดวางพื้นที่ใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความทนทานต่อสารเคมี และประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ใช้งานอีกด้วย หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) คือ มาตรฐาน SEFA 8 ซึ่งถูกใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและทดสอบเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทั่วโลกสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน เช่น ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หรืออุตสาหกรรม การเข้าใจมาตรฐาน SEFA 8 ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบระบบ Laboratory Engineering ที่มีประสิทธิภาพSEFA คืออะไรSEFA (Scientific Equipment and Furniture Association) เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่พัฒนามาตรฐานสำหรับอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ โดยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์แล็บโดยตรงคือ SEFA 8 – Laboratory Furniture Standard**มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการผลิตและทดสอบ laboratory furniture systems เช่นโต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Bench)- ตู้เก็บสารเคมี- ตู้แขวนและตู้ใต้โต๊ะ- ระบบโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์เป้าหมายหลักของ SEFA 8 คือการทำให้เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการสามารถรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี อุณหภูมิ และการใช้งานหนักได้อย่างปลอดภัย การทดสอบสำคัญตามมาตรฐาน SEFA 8หนึ่งในจุดเด่นของมาตรฐาน SEFA 8 คือการกำหนด การทดสอบด้านความทนทานและความปลอดภัย ของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด ตัวอย่างการทดสอบที่สำคัญ ได้แก่1. Chemical Resistance Testทดสอบความทนทานต่อสารเคมี เช่น กรด ด่าง และตัวทำละลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ2. Load Bearing Testทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างโต๊ะและตู้ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์หนักได้3. Impact Resistance Testทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก เช่น การตกของอุปกรณ์4. Heat Resistance Testทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ซึ่งอาจเกิดจากการทดลองหรืออุปกรณ์ให้ความร้อนการทดสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการมีความแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งานระยะยาวความสัมพันธ์ระหว่าง SEFA 8 กับการออกแบบห้องปฏิบัติการมาตรฐาน SEFA 8 ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับตัวเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) โดยรวม เช่น- การจัดวางโต๊ะปฏิบัติการให้เหมาะสมกับ Workflow- การเลือกวัสดุพื้นผิวที่ทนสารเคมี- การออกแบบพื้นที่ทำงานให้รองรับอุปกรณ์ทดลองนอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการยังต้องทำงานร่วมกับระบบสำคัญอื่น ๆ เช่น- Fume Hood สำหรับดูดไอสารเคมี- ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- ระบบท่อก๊าซและระบบสาธารณูปโภคดังนั้น การออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดีจึงต้องพิจารณาทั้ง laboratory furniture, fume hood engineering และระบบวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสมบทบาทของ Laboratory Engineering ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการในโครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ การออกแบบมักดำเนินการในรูปแบบ Turnkey Laboratory Project ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่- การวางแผน laboratory design- การเลือก laboratory furniture systems- การออกแบบ fume hood- การวางระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ- การติดตั้งและทดสอบระบบในประเทศไทย บริษัทที่ให้บริการด้าน Laboratory Engineering เช่น S.K. Powerable Co., Ltd. มีบทบาทในการให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งระบบห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงแนวทางการเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับประเภทของงานวิจัยหรือการทดสอบการทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน laboratory engineering ช่วยให้โครงการห้องปฏิบัติการมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้มาตรฐาน SEFA 8 เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ใช้กำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) โดยครอบคลุมการทดสอบด้านความทนทานต่อสารเคมี ความแข็งแรงของโครงสร้าง และความปลอดภัยในการใช้งานสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐานระดับสากล การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สอดคล้องกับ SEFA 8 ควรดำเนินการควบคู่กับการวางแผน การออกแบบห้องปฏิบัติการ (Laboratory Design) รวมถึงระบบสำคัญ เช่น fume hood และ ระบบระบายอากาศในห้องปฏิบัติการเนื้อหานี้พัฒนาโดย EASYLABผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering Specialist)ภายใต้แนวคิด Engineering-Based Design และ Integrated Lab Systemเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้งานได้จริงและรองรับมาตรฐานในระดับสากล

105014หลากสี มีสีสัน น่ารัก สนุกสนาน ภาพประกอบ วันเด็ก Banner (1200 x 628 px).jpg

อ่านเพิ่มเติม

13 มกราคม 2569

GRAMMY & EASYLAB ร่วมส่งต่อความสุข เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569

GRAMMY & EASYLAB เล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมส่งต่อความสุข เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ เพื่อสร้างรอยยิ้ม กำลังใจ และแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงาน GRAMMY & EASYLAB ได้ลงพื้นที่มอบของขวัญ ขนม และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับน้อง ๆ นักเรียน ณ โรงเรียนวัดท่ากระบือ และ โรงเรียนบ้านคลองแค ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของเด็ก ๆ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคุณครูและนักเรียน โดยรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และแววตาแห่งความสุขของเด็ก ๆ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของการให้โอกาสและการดูแลใส่ใจในช่วงวัยที่สำคัญของชีวิต GRAMMY & EASYLAB ขอขอบคุณคณะครูและน้อง ๆ นักเรียนทุกคน ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างช่วงเวลาดี ๆ รวมถึงความทรงจำที่สวยงามให้กับเด็ก ๆ ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ทั้งนี้ GRAMMY & EASYLAB ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันด้านห้องปฏิบัติการ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพระดับสากล เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะเราเชื่อว่า ความสุขเล็ก ๆ ในวันนี้ คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของวันข้างหน้า

1358596 พฤศจิกายน 2568.jpg

อ่านเพิ่มเติม

11 พฤศจิกายน 2568

Training Day with GRAMMY & EASY LAB

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ทีมงาน GRAMMY & EASY LAB ได้ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรการเทรนนิ่งการใช้งานและการดูแลรักษาตู้ดูดควันเบื้องต้นให้กับ อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้เชิงลึกที่สำคัญสำหรับการทำงานในห้องแล็บอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากการบรรยายเชิงเทคนิคแล้วทีมวิทยากรจาก GRAMMY & EASY LAB ยังจัด Workshop การใช้งานจริงให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปรับความเร็วลม ตรวจเช็กจุดเสี่ยง และสัมผัสการทำงานของตู้ดูดควันอย่างมืออาชีพด้วยตัวเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจ และรอยยิ้มจากทุกฝ่าย ขอบคุณทุกท่านที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในห้องแล็บของคุณ